Search This Blog

Translate

Friday, 29 November 2013

กลอนวันพ่อแห่งชาติ ปี พ.ศ.๒๕๕๖



พระคุณของพ่อ

พ่อ......เป็นผู้ให้กำเนิดชีวิตลูก
พ่อ......เป็นพระเป็นพรหมของลูก ๆ
พ่อ......เป็นผู้มีเมตตาต่อลูกเสมอ
พ่อ......เป็นผู้นำชีวิตของครอบครัว
พ่อ......เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของครอบครัว
พ่อ......เป็นผู้ให้ความสุขแก่ครอบครัว
พ่อ......เป็นผู้สร้างความเจริญแก่ครอบครัว
พ่อ......เป็นผู้ให้ความรักความอบอุ่นและความร่มเย็นแก่ครอบครัว
พ่อ......เป็นผู้เสียสละเพื่อครอบครัวเสมอ
พ่อ......เป็นผู้ชายที่กล้าหาญในการต่อสู้อุปสรรค
พ่อ......เป็นผู้ชายที่ขยันทำงานเพื่อลูก ๆ
พ่อ......เป็นผู้ชายที่คอยส่งเสริมสนับสนุนลูกในทางดี
พ่อ......เป็นผู้ชายที่คอยตักเตือนลูกไม่ให้ทำผิด
พ่อ......เป็นผู้ชายที่คอยห่วงใยลูกเสมอ
พ่อ......เป็นผู้ให้ความดูแลเมื่อลูกเจ็บป่วย
พ่อ......เป็นผู้ส่งเสริมสนับสนุนให้ลูกได้รับการศึกษาเล่าเรียน
พ่อ......เป็นผู้ยอมเหน็ดเหนื่อยเพื่อลูก  ๆ  
พ่อ......เป็นผู้ควรแก่การเคารพบูชาอย่างยิ่งของลูก ๆ
พ่อ......เป็นผู้ที่ลูก ๆ  ควรทดแทนบุญคุณ
พ่อ......เป็นผู้มีพระคุณต่อลูก ๆ  อย่างมหันต์
พ่อ......เป็นผู้ที่ลูก ๆ ควรดูแลเมื่อยามแก่เฒ่า
พ่อ......เป็นผู้ที่ลูก  ๆ  ไม่ควรลบหลู่ดูถูกท่าน
พ่อ......เป็นผู้ชายที่ประเสริฐที่สุดของลูก  ๆ  
พ่อ......เป็นผู้ชายที่ลูก  ๆ ควรระลึกถึงพระคุณเสมอ ๆ 



                                                         ................................



กลอนจากใจ....เพื่อระลึกถึงพระคุณพ่อ  
เนื่องในโอกาสวันพ่อแห่งชาติ   
๕ ธันวาคม  พ.ศ. ๒๕๕๖
                                          

 พ่อเป็นผู้ก่อเกิดชีวิตลูก    
 แสนพันผูกรักลูกไม่เสื่อมคลาย
 เป็นพระพรหมผู้มีเมตตาหลาย   
 ไม่วางวายปกป้องคุ้มครองภัย
                                         
 พ่อเป็นชายใจกล้าน่ายกย่อง     
 ไม่บกพร่องหน้าที่ทั้งนอกใน
ให้สุขเย็นเป็นดั่งร่มโพธิ์ไทร      
 แผ่กิ่งใบบังแดดแลลมฝน

 พ่อเป็นผู้ส่งเสริมให้เล่าเรียน   
 สอนให้เพียรมุ่งมั่นและอดทน
 ตั้งใจเรียนเติบใหญ่ไม่อับจน   
 เกิดเป็นคนต้องรู้จักทดแทนคุณ

พระคุณพ่อมากล้นสุดบรรยาย  
พ่อเป็นชายที่ลูกควรเทิดทูน
ยามเฒ่าอย่าให้เหงาเฝ้าเกื้อกูล  
หมั่นทำบุญอุทิศให้ยามสิ้นไป


                                                           ................................









Monday, 25 November 2013

วันพ่อแห่งชาติ



ประวัติความเป็นมา
และความสำคัญของวันพ่อแห่งชาติ

พ่อ  หมายความ  อย่างไร ?

จากพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน (ราชบัณฑิตยสถาน  พจนานุกรมแบับราชบัณฑิตสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕ หน้า ๕๘๗)  พ.ศ. ๒๕๒๕  ได้ให้ความหมายของคำว่า  "พ่อ"  ดังนี้

พ่อ  หมายถึง  ชายผู้ให้กำเนิดแก่ลูก  คำที่ลูกเรียกชายผู้ให้กำเนิดตน

ในทางพุทธศาสนา  ได้ให้ความหมายของคำว่า "พ่อ"  หมายถึง  ผู้ให้กำเนิดแก่ลูก  มีใช้หลายคำ  เช่น  บิดา  (พ่อ),  ชนก (ผู้ให้กำเนิด),  สามี (ของแม่)  เป็นต้น





น้อมเกล้าถวายพระพร
ทีฆายุโกโหตุ  มหาราชา
ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม  ขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้าสมาคมไทย - กวนอิม, สวิตเซอร์แลนด์


วันที่  ๕  ธันวาคม  ของทุกปี  เป็นวันพ่อแห่งชาติและเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ในวันนี้ทางราชการได้กำหนดให้เป็นวันหยุดราชการ ๑ วัน  เพื่อให้ประชาชนไทยทั่วประเทศ  ได้ร่วมกันถวายพระพรและเฉลิมฉลอง  ในวันที่ ๕ ธันวาคมนี้เป็นวันพ่อแห่งชาติด้วย

วันที่ ๕  ธันวาคม  ๒๔๗๐  เป็นวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ภูมิพลอดุลยเดช  ณ  โรงพยาบาลเมาท์  ออเบิร์น  นครบอสตัน  สหรัฐอเมริกา  โดยนายแพทย์วิทท์มอร์ เป็นผู้ถวายการประสูติ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ขึ้นเถลิงถวัลย์ราชสมบัติ  เป็นรัชกาลที่ ๙  แห่งบรมจักรีวงศ์ กรุงรัตนโกสินทร์  ทรงประกอบพระราชกรณียกิจและเจริญพระราชจริยาวัตรเป็นเอนกประการ  จำเนียรกาลผ่านมาถึงปัจจุบันที่สุดจะพรรณาให้ครบถ้วนได้  ท่ามกลางมหาสมาคมวันพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษก ทรงมีพระกระแสพระราชดำรัสที่ พสกนิกรทุกคนยังจดจำได้  "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม"  อันว่าโดย  "ธรรม"  นั้น ทรงหมายถึง  ธรรมอันล้ำเลิศ  ที่เรียกว่า  "ทศพิธราชธรรม  หรือเรียกโดยสามัญว่า  "ราชธรรม ๑๐  ประการ"


ทิศพิธราชธรรม  เป็นธรรมที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ทรงยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดโดยตลอดมา
ส่งผลให้พสกนิกรทั่วพระราชอาณาจักรระลึกในพระมหากรุณาธิคุณเหนือเกล้าฯ  ห่วงใยตั้งแต่พระเยาว์จนถึงปัจจุบัน  รวมทั้งพระเจ้าหลานเธอทุกพระองค์ต่างซาบซึ้งและปลาบปลื้มในพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นพ้น  พระองค์ทรงเป็น  "พ่อ"  ตัวอย่างของปวงชนชาวไทย  ทรงเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตากรุณา  ทรงห่วงใยอย่างหาที่เสมอเหมือนมิได้


กิจกรรมในวันพ่อแห่งชาติ

๑.  ประดับธงชาติไทยที่อาคารบ้านเรือน

๒.  ทำบุญตักบาตร  ถวายเป็นพระราชกุศล  น้อมเกล้าฯ  ถวายพระพรชัยมงคล

๓.  จักกิจกรรมเกี่ยวกับการบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์  เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล


ความเป็นมาของวันพ่อแห่งชาติ

วันพ่อแห่งชาติ  ได้จัดให้มีขึ้นครั้งแรกเมื่อ  วันที่  ๕  ธันวาคม  พ.ศ.  ๒๕๒๓  โดย  คุณหญิงเนื้อทิพย์  เสมรสุต  นายกสมาคมอาสาสมัครและช่วยการศึกษา  เป็นผู้ริเริ่มหลักการและเหตุผลในการจัดตั้งวันพ่อแห่งชาติ  พ่อเป็นผู้มีพระคุณที่มีบทบาทสำคัญต่อครอบครัวและสังคม  สมควรที่ผู้เป็นลูกจะเคารพเทิดทูนตอบแทนพระคุณด้วย  ความกตัญญูและสมควรที่สังคมจะยกย่องให้เกียรติรำลึกถึงผู้เป็นพ่อ  จึงได้ถือเอาวันที่  ๕  ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษา  เป็น  "วันพ่อแห่งชาติ"  ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยอย่างนานัปการ  ทรงเป็นพระราชบิดาของพระราชโอรสและพระราชธิดา  ทรงรักใคร่และให้ดอกพุทธรักษาเป็นสัญลักษณ์ของ  "วันพ่อแห่งชาติ"

วัตถุของวันพ่อแห่งชาติ  มี ๔  ประการ  ดังนี้

๑.  เพื่อเทิดทูนพระเกียรติคุณของ  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

๒.  เพื่อเทิดทูนพระคุณของพ่อ และยกย่อบทบาทของพ่อที่มีต่อครอบครัวและสังคม

๓.  เพื่อให้ลูกได้แสดงความกตัญญูกตเวทีต่อพ่อ

๔.  เพื่อให้ผู้เป็นพ่อ  สำนึกในหน้าที่และความรับผิดชอบของตน







ดอกพุทธรักษาสีเหลือง  เป็นดอกไม้สัญลักษณ์ประจำวันพ่อแห่งชาติ  "พุทธรักษา"  ซึ่งหมายถึง  พระพุทธเจ้าทรงปกป้องคุ้มครอง  ให้มีความสงบสุขร่มเย็น  ซึ่งเรียกกันมากว่า ๒๐๐ ปี  สีเหลืองเป็นสีพระจำวันพระราชสมภพขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ  ของประชาชนชาวไทย  การมอบดอกพุทธรักษาให้กับพ่อ  จึงเสมือนกับการบอกถึง  ความรักและเคารพบูชาพ่อ  ผู้สร้างความสงบสุร่มเย็นให้แก่ครอบครัว

คนไทยโบราณมีความเชื่อว่า  ดอกพุทธรักษาเป็นดอกไม้มงคล  ถ้าบ้านใดปลูกไว้ริมรั่วบ้าน  ก็จะช่วยปกป้องคุ้มกันภยันตรายต่าง ๆ  ไม่ให้เกิดภายในบริเวณบ้านและผู้อยู่อาศัยในบ้านด้วย


บทบาทของพ่อ

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสรุปบทบาทหน้าที่ของพ่อและแม่ไว้ ๕ ข้อ  ดังนี้

๑.  กันลูกออกจากความชั่วทั้งหลาย

๒.  ปลูกฝังลูกไว้ในทางที่ดี

๓.  ให้ลูกได้รับการศึกษาเล่าเรียน

๔.  ให้ลูกได้แต่งงานกับคนดี

๕.  มอบทรัพย์มรดกให้เมื่อถึงการณ์อันควร



..........................................






Friday, 9 August 2013

ถวายพระพรวันแม่แห่งชาติ




  




   วันแม่แห่งชาติ

12   สิงหาคม  พ.ศ.  2556







 พระแม่เจ้ามหาราชินี       แผ่รัศมีร่มเย็นทั่วหล้า
สมเป็นแม่ฟ้าของปวงประชา   อยู่คู่ฟ้าคู่บารมืพระภูมี
      ขอจงทรงพระเกษมสำราญ   ทรงเบิกบานหฤทัยไร้ราคี
ขอโรคภัยไข้เจ็บอย่าได้มี    ท่านแม่นี้เป็นมิ่งขวัญของชาวไทย


ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม  ขอเดชะ

ข้าพระพุทธเจ้าสมาคมไทย-กวนอิม,สวิตเซอร์แลนด์


.........................



Thursday, 8 August 2013

วันแม่แห่งชาติ



                           




เนื่องในวันแม่แห่งชาติ  
12   สิงหาคม  พ.ศ.  2556

กลอนวันแม่

  วันเกิดลูกเป็นดั่งวันตายของแม่   
                               เจ็บปวดแย่แม่นี้แสนอดทน
ได้ยินเสียงแรกร้องของลูกตน   
                   สวรรค์ดลบันดาลประทานให้ 
                             
                            สองแขนแม่โอบกอดลูกน้อยไว้  
น้ำตาไหลอาบปลาบปลื้มใจ
                           ลูกคือของขวัญอันยิ่งใหญ่   
แม่ปรารถนาไซร้ได้เชยชม

                           น้ำนมแม่สุดแสนวิเศษนัก   
เลี้ยงลูกรักให้เติบใหญ่ดังใจสม
                           แม่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรอันอุดม  
เป็นผ้าห่มให้อบอุ่นกาย

                          แม่เป็นบุพาจารย์ผู้ปราดเปรื่อง  
สอนทุกเรื่องที่ดีไม่มีอบาย
                          แม่เป็นเทวดาคุ้มกันอันตราย    
ไม่สบายแม่เป็นดั่งยารักษาให้

                         ถึงแม้แม่จากลูกจากโลกไป   
ยังฝังใจลูกอยู่ไม่ไปไหน
                         จะหาใครเทียมแม่แท้ไซร้    
ขอความสุขใจจงมีแด่ "แม่"  เทอญ.

                        
                     วันนี้เป็นวัน "แม่แห่งชาติ"  ขอมอบกลอนนี้แด่แม่ต่างพวงมาลัยมะลิ
                      เพื่อระลึกถึงพระคุณของแม่ค่ะ.


      .....................................

Thursday, 1 August 2013

พ่อแม่เป็นพรหมของลูก

ที่ยกย่องพ่อแม่ว่าเป็นพรหมของลูก  หรือเป็นพรหมในบ้านนั้น  เพราะเหตุว่าท่านทั้งสองทรงธรรมของพรหมเป็นอุปนิสัย  เป็นหลักธรรมประจำใจในการดำรงชีวิต  จึงมีจิตใจเสมือนพรหม  เรียกคุณธรรมนี้ว่า  "พรหมวิหาร ๔ " ได้แก่

1.  เมตตาพรหมวิหาร  พ่อแม่มีความเป็นมิตรไมตรีกับลูกทุกคนเสมอเท่าเทียมกัน  ปรารถนาให้ลูกได้รับความสุข  พยายามสรรหาสิ่งบำรุงเลี้ยงลูกทั้งทางกายและทางใจ  เพื่อให้ลูกมีความสุขตามควรแก่วัย  เช่น  หาอาหารที่อร่อยและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ  เพื่อที่ลูกจะได้มีร่างกายสมบูรณ์และแข็งแรงมีภูมิต้านทานโรคภัยไข้เจ็บได้  ลูกอยากจะรับประทานอะไรท่านก็ไม่ปฏิเสธ  เมื่อตอนลูกยังเล็ก ๆ  ท่านเคยเลี้ยงดูลูกอย่างไร  แม้ลูกโตจนรับผิดชอบตัวเองได้แล้ว  ก็ยังปฏิบัติต่อลูกเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง  ท่านรู้ใจลูกชอบอะไร  ก็จะพยายามทำสิ่งที่ลูกชอบ  เพื่อความสุขกายและใจของลูก  พ่อแม่ทำได้เสมอ  ท่านมีความเอื้อเฟื้อและเกื้อกูลลูกโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใด ๆ  พ่อแม่เป็นบุคคลที่มีความเมตตาอย่างบริสุทธิ์ต่อลูกเสมอ   ลูกมีความสุขท่านก็พลอยสุขด้วย   แต่ท่านจะมีความสุขมากในยามชรา ถ้าลูกของท่านมีความเมตตาเอื้อเฟื้อเกื้อกูลท่านบ้าง ไม่ปล่อยให้ท่านรอหรือหวนหา  ลูกก็ไม่เคยมาให้พ่อแม่เห็นหน้า  อ้างว่าไม่มีเวลา  ทำแต่งานจนลืมผู้มีพระคุณ  ปล่อยให้ท่านเป็นโรคเหงาเศร้าซึมเพราะคิดถึงลูก
ถ้าเป็นเช่นนั้นไม่ดีแน่

2.  กรุณาพรหมวิหาร  เมื่อยามลูกเจ็บป่วยพ่อแม่ช่วยดูแลรักษา  ปรารถนาให้ลูกหายเจ็บป่วยเร็ว ๆ  คอยเฝ้าป้อนข้าวป้อนน้ำ  หายูกยามาบำบัด  หรือถ้าป่วยไข้หนักต้องรักษาเป็นพิเศษ  ท่านก็พาไปหาหมอที่เชี่ยวชาญเฉพาะโรค  ถึงแม้จะต้องเสียค่าใช้จ่ายมากมายไม่เสียดาย  พ่อแม่เสียสละเพื่อลูกได้เสมอ  ขอเพียงให้ลูกพ้นจากความเจ็บปวดทรมานกายและใจ  ลูกเจ็บป่วยท่านก็พลอยทุกข์ไปด้วย  พ่อแม่มีความสงสารลูกเมื่อลูกประสบกับปัญหาต่าง ๆ  ซึ่งไม่สามารถคลี่คลายได้ด้วยตนเอง  ท่านก็จะพยายามคิดหาหนทางที่จะช่วยแก้ไขให้  ไม่ปล่อยให้ลูกต้องจมอยู่กับปัญหาตามลำพัง  ถึงแม้ว่าปัญหาบางอย่าง  อาจจะต้องใช้ทรัพย์เป็นจำนวนมากจึงจะแก้ไขได้  ท่านก็พยายามที่จะช่วย  บางครั้งยอมขายสมบัติหรือเป็นหนี้เขาก็มี.....นี่แหละคือความเป็นพรหมของพ่อแม่  จะมีแต่ความรักและสงสารลูกไม่เสื่อมคลาย

3.  มุทิตาพรหมวิหาร  หมายถึง  ความยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดีมีสุข.......พ่อแม่มีคุณธรรมในข้อนี้ก็คือ  เมื่อลูกได้ดีมีความสุข  ประสบความสำเร็จในการเล่าเรียน  มีการงานทำ  มีตำแหน่งหน้าที่ดี  มีเกียรติในสังคม  มีความเจริญก้าวหน้า  หรือมีคู่ครองที่ดีและเหมาะสม  พ่อแม่ก็พลอยมีความยินดีและมีความสุขใจกับลูกด้วย   เมื่อลูกเติบโตเป็นผู้ใหญ่มีครอบครัวเป็นฝั่งฝาที่มีความสุข  ท่านทั้งสองก็พลอยยินดีกับลูก

4.  อุเบกขาพรหมวิหาร  หมายถึง ความวางใจเป็นกลาง  เมื่อได้พิจารณาด้วยปัญญาเห็นตามความเป็นจริงของสภาพธรรมแล้ว  ไม่เอนเอียงด้วยราคะหรือด้วยโทสะ  พิจารณาเห็นกรรมของสัตว์ทั้งหลายที่ได้กระทำไปแล้ว  ย่อมมีผลเป็นทุกข์  มีวิบากเป็นอกุศลหรือมีผลเป็นสุข  มีวิบากเป็นกุศล  พ่อแม่มีคุณธรรมข้อสุดท้ายก็คือ  "อุเบกขาพรหมวิหาร"   เมื่อลูกเติบโตและมีการงานทำ  มีครอบครัวเป็นที่มั่นคงแล้ว  ท่านทั้งสองก็วางใจเป็นกลาง  เมื่อลูกมีปัญหาก็จะพิจารณาเห็นด้วยปัญญาในเรื่องของกรรม  ว่าสัตว์ทั้งหลาย  มีวิถีชีวิตดำเนินไปตามกรรมของตนที่ได้กระทำ  เขาต้องรับผิดชอบในกรรมที่ได้กระทำไว้  พ่อแม่ไม่ควรเข้าไปวุ่นวายกับชีวิตครอบครัวของลูก  แต่ก็ใช่ว่าท่านจะเมินเฉยต่อลูก  ไม่ยอมรับรู้อะไรทั้งสิ้น นั่นก็ไม่ถูกต้อง  พ่อแม่เป็นห่วงลูกรักลูกเสมอ  แม้ไม่เข้าไปเกี่ยวข้องโดยตรง  แต่ท่านก็เฝ้าดูแลอยู่ห่าง ๆ โดยวางใจเป็นกลาง

พ่อแม่เป็นบุคคลผู้ดำรงอยู่ในพรหมวิหารธรรม  ซึ่งเป็นธรรมอันเป็นเครื่องอยู่ของพรหม  หรือเครื่องอยู่อย่างพรหม  พ่อแม่จึงช่วยเหลือลูก ๆ  ด้วยเมตตากรุณา  ท่านมีมุทิตาและพิจารณาเห็นด้วยปัญญาในเรื่องของกรรม  ว่าสัตว์ทั้งหลายเป็นไปตามกรรมของตน  ดังนั้น ท่านจึงวางใจเป็นกลางหรือเรียกอีกอย่างว่า  "รักษาธรรมไว้ด้วยอุเบกขา"   พรหมวิหาร ๔  จึงเป็นธรรมประจำใจที่ทำให้เป็นพรหมหรือให้เสมอด้วยพรหม  หรือเป็นธรรมเครื่องอยู่ของผู้มีคุณอันเหลือล้น  ซึ่งหมายถึง  "พ่อแม่" นั่นเอง

พ่อแม่เป็นผู้มีอุปการะคุณอย่างยิ่ง  พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรัสว่า "มารดาบิดาเป็นพรหม บุรพาจารย์ และอาหุไนยของบุตร  บุญคุณของท่าน  บุตรไม่อาจทำตอบแทนให้สิ้นสุดด้วยอุปการะอันเป็นโลกิยะ  แม้บุตรตั้งใจว่า  เราจักตอบแทนบุญคุณบิดามารดา  แล้ววางมารดาไว้บนงอยบ่าเบื้องขวา  วางบิดาไว้บนจะงอยบ่าเบื้องซ้าย  ประคับประคองในอวัยวะทั้งปวง ทำการบำรุงท่านผู้ดำรงอยู่บนจะงอยบ่าทั้ง ๒   ด้วยภารกิจมีการอบกลิ่นเป็นต้นน  บิดามารดานั่งถ่ายปัสสาวะและอุจจาระบนจะงอยบ่าของลูก  บุตรนั้นแม้จะทำอยู่อย่างนั้นตลอด ๑๐๐ ปี  ก็ไม่อาจทำตอบแทนแก่ท่านได้เลย  แม้ว่าบุตรจะสถาปนาบิดาาไว้ในดำแหน่งพระเจ้าจักรพรรดิ  และสถาปนามารดาไว้ในดำแหน่งพระอัครมเหสีของพระเจ้าจักรพรรดิ  แม้เมื่อทำได้อย่างนั้น  บุตรก็ไม่อาจทำตอบแทนแก่ท่านได้เหมือนกัน  ส่วนบุตรคนใดตั้งบิดามารดาผู้ไม่มีศรัทธาให้สมาทาน  ดำรงตั้งอยู่ในสัทธาสัมปทา  ยังบิดามารดาผู้ทุศีลให้สมาทานดำรงตั้งอยู่ในสิลสัมปทา  ยังบิดามารดาผู้มีความตระหนี่  ให้สมาทานดำรงตั้งอยู่ในจาคสัมปทา  ยังบิดามารดาผู้มีปัญญาน้อยให้สมาทานดำรงตั้งอยู่ในปัญญาสัมปทา  บุตรนั้นจึงจะชื่อว่า  สามารถทำตอบแทนบุญคุณของท่านได้".

เพราะฉะนั้น  ทุกคนมีพ่อแม่และบางท่านก็อาจจะกำลังเป็นพ่อแม่  บางท่านก็อาจจะเป็นพ่อแม่อยู่   หรือ เมื่อได้ทราบถึงพระคุณของพ่อแม่แล้วว่า  มีมากมายมหาศาล  ซึ่งลูกไม่สามารถที่ลูกจะตอบแทนได้หมดด้วยการบำรุงเลี้ยงดูอย่างเดียว  ต้องบำรุงด้วยธรรมะของพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วย  คือ  ศีล  สมาธิ  ปัญญา  แนะนำให้พ่อแม่รักษาศีล ๕ หรือ ๘  ศึกษาพระธรรม ด้วยการฟังธรรมและมีการสนทนาธรรม  ตามกาล  อบรมเจริญความสงบของจิตและเจริญปัญญาในขั้นสูงขึ้นตามลำดับ  ท่านผู้ใดบำรุงพ่อแม่ทั้งกายและใจได้ดังนี้  ถือว่าเป็นการกระทำตอบแทนบุญคุณอย่างยิ่ง  และท่านผู้นั้นก็จะเป็นผู้ที่มีแต่ความสุข  ความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตด้วย  เพราะเหตุว่าเป็นคนมีความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ.


                               .................................................













  

Monday, 29 July 2013

พ่อแม่มีพระคุณดุจดั่งมหาสมุทร

พระคุณของพ่อแม่มากล้นหาที่ประมาณมิได้  ดุจดั่งมหาสมุทรสุดลึกและกว้างไกลไร้ขอบเขต  ควรหรือที่ลูกจะมองข้ามท่านทั้งสองผู้เป็นบุพการีที่ให้ชีวิตแก่ลูก  จะกล่าวว่าพ่อแม่เป็นพระเจ้าของลูกก็ไม่ผิด  เพราะว่าท่านเป็นผู้สร้างชีวิตของลูก  ถ้าท่านทั้งสองไม่ปรารถนาจะให้ลูกเกิด  ลูกก็ไม่มีโอกาสที่จะได้เกิดมาดูโลก  การที่จะได้เกิดเป็นมนุษย์  ในแต่ละภพแต่ละชาตินั้น  ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ  เพราะเหตุว่าการเกิดเป็นมนุษย์  เป็นผลของกุศลกรรม  เป็นผลของทาน  ศีล  สมาธิ ในชาติปางก่อน

พ่อแม่เป็นครูคนแรกของลูก  เป็นบุรพาจารย์ที่มีความรู้และรอบรู้สารพัด  สามารถอบรมสั่งสอนลูกได้ทุกวิชาตามประสบการณ์ หรือตามความสามารถของท่าน  พ่อแม่สอนลูกให้พูด  ยืน  เดิน  นั่ง  นอน  มีกิริยามารยาทที่ดีงาม  สอนให้ลูกรู้จักเคารพนบนอบ  กราบไหว้และอ่อนน้อมต่อบุคคลผู้ควรเคารพกราบไหว้
เพราะว่าการเคารพ กราบไหว้หรือแสดงคารวะ  เป็นวัฒนธรรมอันดีงามที่ลูกควรประพฤติและปฏิบัติ
ตั้งแต่เด็ก ๆ  เมื่อโตไปะได้เป็นผู้ใหญ่ที่มีมารยาทงาม  มีสัมมาคารวะ  พ่อแม่สอนแต่สิ่งดี ๆ  เพื่อที่จะให้ลูกมีคุณสมบัติที่ดีเพรียบพร้อมด้วยคุณธรรมต่าง ๆ  ท่านสอนให้ลูกรู้จักคำว่า  "กตัญญูกตเวที" คือสอนให้รู้จักบุญคุณคน ด้วยการสอนให้รู้จักกล่าวคำว่า "ขอบคุณ" เมื่อได้รับสิ่งของหรือได้รับความช่วยเหลือจากผู้อื่น  เพราะว่าเป็นการแสดงถึงจิตใจที่ดีงาม  ไม่ต้องตอบแทนด้วยสิ่งของอันใด  แต่เพียงกล่าวขอบคุณเท่านั้น  ผู้ได้ยินก็ชื่นใจแล้ว ที่ได้เห็นการแสดงมารยาทที่ดีงาม  ซึ่งเป็นมารยาทสากลที่ชนทุกชาติเขาประพฤติกัน  พ่อแม่ทราบดีว่าความกตัญญูกตเวที  เป็นคุณธรรมขั้นพื้นฐานของคนทั่วไป  แต่ก็เป็นเครื่องหมายของ "คนดี"  เพราะผู้ที่รู้จักบุญคุณคน  เป็นผู้ที่ไม่กล้ากระทำทุจริตกรรมใด ๆ  จะเป็นผู้ที่มีแต่ความเจริญในชีวิต  ดังนั้น  พ่อแม่จึงได้หมั่นอบรมสั่งสอนลูก ให้ฝึกและปฏิบัติสม่ำเสมอจนเป็นอุปนิสัยติดตัว  นอกจากนั้นยังมีคุณธรรมที่พ่อแม่อบรมลูกอยู่บ่อย ๆ  คือ  หิริโอตตัปปะ  สอนให้ลูกรู้จักมีความละอายและสะดุ้งต่อการกระทำอกุศลกรรมทุกประเภท  เพราะเหตุว่าท่านทั้งสองปรารถนาที่จะให้ลูกรักของตนเป็นคนดีของพ่อแม่และเป็นพลเมืองดีของประเทศชาติด้วย  พ่อแม่เป็นครูบาอาจารย์ที่สอนได้เก่งมาก  แม้กระทั่งวิชาการบ้านการครัวและงานสวนหรืองานไร่นา  แล้วแต่สภาพและฐานะความเป็นอยู่ของครอบครัว  ท่านรู้อะไรดีก็อยากให้ลูกได้รู้ได้เรียน  เพื่อเป็นทรัพย์ติดตัวนำไปใช้ใน
ชีวิตประจำวัน

พ่อแม่เป็นเทวดาของลูก ๆ  เพราะเหตุว่า ท่านคอยปกป้องค้มครองลูกมาตลอด  ตั้งแต่ลูกอยู่ในท้อง  ท่านก็คอยเฝ้าระวังไม่ให้ลูก ได้รับอันตรายจากอาหารที่แม่รับประทานเข้าไป  ต้องเลือกเฟ้นอาหารที่ปลอดสารพิษ  ต้องระวังไม่ให้เจ็บไข้  ถ้าแม่ไม่สบายลูกในท้องก็จะกระทบกระเทือนไปด้วย  แม้กระทั่งจิตใจของท่านก็ต้องระวังด้วย  ท่านจะพยายามทำจิตใจให้เบิกบาน  เพื่อที่ลูกจะได้มีจิตใจเบิกบานด้วย  เกิดมาก็จะได้เป็นเด็กที่ร่าเริง  พ่อแม่ช่วยกันบำรุงเลี้ยงดูลูกให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ  ท่านพยายามศึกษาหาความรู้เรื่องอาหารการกิน  เพื่อที่จะได้บำรุงเลี้ยงดูลูกอย่างถูกหลักอนามัย  ลูกจะได้มีสุขภาพแข็งแรงไม่เจ็บป่วยบ่อย  ถึงแม้ว่าลูกจะโตเป็นผู้ใหญ่  รู้จักรับผิดชอบตนเองหรือสามารถยืนด้วยยลำแข้งของตนได้แล้วก็ตาม  แต่ท่านทั้งสองก็ยังเป็นห่วงใยคอยเฝ้าดูอยู่ห่าง ๆ  แม้อยู่ไกลแค่ไหนก็เหมือนใกล้ไม่ห่างเหิน  ท่านคอยให้กำลังใจยามลูกท้อแท้แก้ปัญหาไม่ได้   ท่านเป็นเพื่อนปรับทุกข์  ช่วยคลี่คลายทุกข์หนักให้เป็นเบา  ยามป่วยไข้ช่วยดูแลรักษา  ด้วยเหตุย่อ ๆ  ดังที่กล่าวมาแล้วนี้  ท่านจึงเป็นเสมือนเทวดาประจำตัวของลูกตลอดชีวิตก็ว่าได้

(ยังมีต่ออีก)